Sexual Healing บำบัดเซ็กซ์แบบนางบำเรอ

คุณอาจเคยคิดว่า ผู้หญิงที่ทำงานเป็นนางระบำเปลื้องผ้าหรือนางทางโทรศัพท์ ต้องเป็นคนที่ “เครื่องติดง่าย”…หยิบประสบการณ์มารายงานโดย เมลิสซ่า เปโตร บนเตียงนอน แต่ความจริงจะทำให้คุณประหลาดใจ

อย่างที่หลายคนซึ่งเคยใช้ชีวิตแบบเอ็กซ์ๆ รู้กันดี เราสามารถทำมาหากินจากเซ็กซ์ได้ การทำงานเป็นนางระบำเปลื้องผ้าและนางทางโทรศัพท์ ทำให้รู้ว่ามันเป็นอาชีพที่ฉันรัก จากงานทั้งหมดที่เคยทำในชีวิต การเต้นระบำเปลื้องผ้ามีเครื่องแบบเจ๋งที่สุด ฉันสามารถเลือกชั่วโมงทำงานเองได้ ฉันรู้สึกดีกับมันมาก ที่สำคัญมันเป็นงานที่เงินดี ขณะที่การเป็นนางทางโทรศัพท์เงินดีกว่า แต่ที่ดีไปกว่านั้น มันอาจฟังดูแปลกๆ ถ้าจะบอกว่านั่นคือการที่ฉันได้มีเซ็กซ์อันแสนวิเศษ

ตอนมีเซ็กซ์ในชีวิตจริง เซ็กซ์ที่ไม่ได้แลกกับเงิน ฉันเต็มไปด้วยความผิดหวัง จนกระทั่งตระหนักว่าตัวฉันเองนั่นแหละที่สร้างความผิดหวังให้ตัวเอง จริงๆ แล้วเซ็กซ์เพื่อเงินไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อน ด้วยข้อตกลงที่ตั้งอยู่บนเงื่อนไขของเวลา มันจึงไม่มีอะไรที่ทำให้ประหลาดใจ อีกทั้งยังไม่ต้องผูกพันกันทางอารมณ์

003

แม้ว่าตอนแรกฉันจะไม่ค่อยเกิดอารมณ์ ซึ่งเป็นอย่างนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง แต่หลังจากฉันกับลูกค้าแก้ผ้าออกหมด ฉันกลับรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด ยิ่งกว่านั้น การที่รู้ว่าลูกค้ายินดีจ่ายเงินหลายร้อยดอลลาร์เพื่อนอนกับฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกเป็นที่ต้องการ และทำให้อารมณ์ของฉันร้อนแรงขึ้นมาอย่างแท้จริง

ในฐานะนางทางโทรศัพท์ ฉันมักสวมบทเป็นวัตถุทางเพศที่คอยรองรับอารมณ์ของลูกค้า ฉันรู้สึกถึงพลังอำนาจและการถูกควบคุม ฉันต้องรับผิดชอบต่อการกำหนดปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น ทั้งช่วงก่อนและระหว่างการแลกเปลี่ยน สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ฉันรู้สึกถึงความซาบซ่าน ต่อให้เซ็กซ์ครั้งนั้นไม่สนุก อย่างน้อยฉันก็มีเงินค่าตัว

แฟนคนปัจจุบันซึ่งฉันอยู่กับเขามา 5 ปีแล้ว บางครั้งเขาก็ล้อว่าสิ่งที่ฉันบอกเขาตอนพบกันครั้งแรก เกี่ยวกับอาชีพที่ฉันเคยทำในอดีตนั้นเป็น “การโฆษณาที่ผิดพลาด” เพราะการคิดว่าหญิงบริการทุกคนต้องเก่งเรื่องบนเตียง ก็เหมือนกับการเชื่อว่าผู้ที่เคยทำงานในครัวต้องเป็นเชฟสี่ดาวกันทุกคน

ก่อนเจอแฟนคนนี้ ผู้ชายคนอื่นที่ฉันเคยเดทด้วย มองฉันเป็นแค่สิ่งของที่แตกหัก มองว่าฉันตกเป็นเหยื่อ จากการทำอาชีพดังกล่าวทั้งขึ้นทั้งล่อง ความคิดที่ว่าแรงงานทางเพศไม่ว่าในอดีตหรือปัจจุบัน จำเป็นต้องมีความรู้สึกทางเพศแตกต่างจากผู้หญิงอื่นไม่ว่าในด้านบวกหรือด้านลบ ช่างเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องเอาซะเลย

ตอนที่เลิกขายตัว ฉันก็มีความยับยั้งชั่งใจไม่ต่างจากผู้หญิงอื่นๆ ที่สำคัญสิ่งที่ฉันรู้เกี่ยวกับการมอบความสุขให้ผู้ชายนั้น ยังน้อยกว่าสิ่งที่ฉันรู้เกี่ยวกับการมอบความสุขให้ตัวเอง

เราต่างหวั่นไหวกับข่าวสารที่สับสนเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์ในสังคม แม้แต่คนที่ใช้ชีวิตท้าทายกฎเกณฑ์ต่างๆ แม้เราจะไม่ได้รับการสั่งสอนมาโดยตรง แต่สำหรับฉันเซ็กซ์คือการแสดงออกถึงความรักและความไว้วางใจ มันเป็นเรื่องของการสื่อสารมากกว่าการที่ใครบางคนจะบอกว่า “ฉันอยากจะถึงจุดสุดยอด”

ทุกครั้งที่ทำงาน ฉันไม่เคยมีปัญหาที่ตัวเองให้บริการทางเพศและทำให้ผู้ชายมีความสุข ฉันสนุกกับมันด้วยซ้ำ แต่ในโลกความจริง ฉันถูกสอนว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ “ผู้หญิงดีๆ” ควรทำ ฉันไม่ควรทำตัวเป็นแค่วัตถุทางเพศ ฉันไม่ใช่นักสิทธิสตรีอย่างนั้นหรือ?

โดยธรรมชาติแล้วฉันเป็นคนหัวอ่อน การได้เป็น “เพื่อนนอน” ของลูกค้า ไม่ได้สนองตอบความฝันของเขาเพียงฝ่ายเดียว มันสนองตอบความฝันของฉันด้วย แต่ตอนที่ไม่ได้ทำงาน ฉันเชื่อว่าเซ็กซ์ถูกกำหนดให้ต่างออกไป และเป็นเวลานานมาแล้วที่มันแตกต่างอย่างมากๆ ถึงขนาดหลายคนมองว่าเซ็กซ์เป็นเรื่องที่เลวร้าย

004

นิตยสารสำหรับผู้หญิงหลายฉบับ เต็มไปด้วยคำแนะนำในการรักษาความสัมพันธ์ให้ยั่งยืน เช่น ควรทำอย่างไรในคืนออกเดท พยายามแต่งหน้าบางๆ ทำตามใจตัวเอง และถ้าจำเป็นควรทำหน้าแดงๆ เข้าไว้ ตอนที่ไปเรียนการเต้นระบำบนตัก (lap-dance) ฉันพบว่าฉันอาจจะได้ทำอะไรทดแทนสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำตามคำแนะนำของนิตยสารพวกนั้น เหมือนกับการที่ย่าของฉันไปโบสถ์แค่ปีละสองครั้ง คือวันอีสเตอร์กับคริสต์มาสอีฟ การไปปรากฏตัวในห้องเรียนแลพแดนซ์ครั้งนั้น ฉันบอกตัวเองว่ามันคือการอุทิศตนครั้งสำคัญในชีวิต

การเรียนเริ่มต้นด้วยการทำสมาธิ ผู้สอนกระตุ้นให้เราสัมผัสร่างกายของตัวเอง เน้นไปที่ส่วนต่างๆ ซึ่งเราชื่นชอบมากที่สุด ฉันเลื่อนมือทั้งสองข้างขึ้นๆ ลงๆ บริเวณข้างลำตัว ก่อนจะเลื่อนมาจับตรงหน้าอก จากนั้นครูก็สอนให้เราเคลื่อนตัวไปบนพื้น สอนการยืน และสุดท้ายคือการขยับเขยื้อนบนร่างกายของคนที่นั่งบนเก้าอี้

เกือบสิบปีมาแล้วที่ฉันเต้นระบำเปลื้องผ้าครั้งสุดท้าย แต่ถึงวันนี้ฉันยังจำทุกท่วงท่าของมันได้ นึกถึงตอนที่ฉันเต้นให้คนรักดู และรำลึกถึงความรู้สึกตอนที่เต้นต่อหน้าคนแปลกหน้า ฉันรับรู้ถึงความเซ็กซี่ที่มาจากการถูกจ้องมอง

บทเรียนข้อใหญ่ที่สุดจากวันนั้น มันทำให้ฉันค้นพบสิ่งที่รู้อยู่แล้วอีกครั้งหนึ่ง นั่นคือสิ่งที่ฉันเคยเรียนรู้ตอนอายุ 19 ตอนที่ฉันเริ่มเต้นเป็นครั้งแรก ทั้งหมดที่ฉันต้องทำคือยอมให้ตัวเองนำความรู้ที่ได้ออกไปใช้ในโลกที่อยู่นอกเหนือจากการทำงาน

ถ้าเซ็กซ์เพื่อเงินจะสอนอะไรฉันสักอย่างหนึ่ง สิ่งนั้นก็คือความรู้ที่ว่าเซ็กซ์เป็นเรื่องของการแสดงออกทางร่างกาย เมื่อไหร่ที่มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อนั้นมันก็ไม่ใช่เซ็กซ์อีกต่อไป เซ็กซ์ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการแสดงออกอย่างจริงจังเสมอไป แม้แต่ตอนที่คุณอยู่กับคนรัก

คืนนั้น ด้วยความกระหายที่จะแสดงออกถึงลีลาใหม่ๆ ฉันบอกแฟนว่าเรามีการบ้านต้องทำ จากนั้นฉันก็เริ่มวาดลวดลาย เป็นครั้งแรกหลังจากหยุดไปยาวนาน และฉันไม่เคยคิดถึงมันเลย ฉันรู้สึกประหลาดใจในสิ่งที่เกิดขึ้น มันทำให้เขาประหลาดใจด้วยเช่นกัน

ทุกวันนี้ ฉันไม่เคยสับสนเกี่ยวกับเซ็กซ์และสิ่งที่ไม่ใช่เซ็กซ์ แม้ว่าบางครั้งฉันกับแฟนจะแสดงความหวานเข้าใส่กัน แต่เซ็กซ์จะดีกว่าเดิมเมื่อเราไม่เน้นที่ความหวาน ฉันปล่อยให้ความปรารถนาของเขาเป็นตัวกำหนด นั่นคือหนทางที่ฉันโปรดปราน บางทีฉันอาจจะเป็นนักสิทธิสตรี แต่เวลาที่อยู่บนเตียงฉันชอบที่จะเป็นโสเภณีมากกว่าอย่างอื่น

002

 “นึกถึงตอนที่ฉันเต้นให้คนรักดู และรำลึกถึงความรู้สึกตอนที่เต้นต่อหน้าคนแปลกหน้า ฉันรับรู้ถึงความเซ็กซี่ที่มาจากการถูกจ้องมอง”