MEN’s HEALTH

  • เมื่อไหร่ควรหยุดออกกำลังกาย

    อย่างที่ทราบกันดี ว่าการออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ยิ่งออกกำลังตามความเหมาะสมกับอายุและน้ำหนักจะยิ่งให้ผลดี แต่หากมีสัญญาณต่อไปนี้ ควรหยุดออกกำลังกายทันที เพราะแสดงว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ถ้ายังฝืนออกกำลังต่อไปย่อมเกิดผลเสียมากกว่าผลดี 1.หน้าซีดหายใจไม่คงที่ อาการนี้เกิดจากชีพจรเต้นเร็ว หายใจถี่ มือเท้าเย็น รู้สึกเหมือนจะเป็นลม บางรายอาจเพ้อ เซื่องซึมหรือกระวนกระวาย สาเหตุมาจากสมองขาดออกซิเจน ร่างกายขาดน้ำ ระบบเมตาบอลิซึมในร่างกายไม่สมดุล มีความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์โมน นอนหลับไม่เพียงพอ หรือมีปัญหาสุขภาพจิต 2.กระดูกผิดรูป ข้อเคลื่อน ข้อหลุด กระดูกขยับหรือรู้สึกผิดปกติที่ข้อต่อ อาการนี้จะปวดบริเวณกระดูกหรือข้อหลังเกิดอุบัติเหตุ มีอาการบวม...

  • สัญญาณเตือน…แก่ก่อนวัย

    ความหมายของคำว่า “แก่ก่อนวัย” ไม่ใช่แค่หน้าแก่เท่านั้น แต่ระบบอื่นๆ ก็เหมือนจะอ่อนล้าโรยแรงไปหมด ถ้าช่วงนี้รู้สึกเนือย ๆ เหนื่อย ๆ ดูไม่สดชื่นสักเท่าไร ลองเช็คสัญญาณเตือนว่าร่างกายแก่ก่อนวัยกันหน่อยไหม บางทีที่เราไม่สดชื่น ไม่กระปรี้กระเปร่า อาจเป็นเพราะร่างกายเกิดภาวะเสื่อมสภาพโดยที่เราไม่รู้ตัว อาการก็เลยเหมือนคนแก่ และต่อไปนี้คือสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังเผชิญกับภาวะ “แก่ก่อนวัย” หรือไม่ 1.เหนื่อยง่ายกว่าปกติ เมื่อก่อนเดินขึ้นบันไดหรือยกของหนักก็ไม่เหนื่อย ทว่ามาระยะหลัง ขึ้นบันไดชันรู้สึกเหมือนกำลังปีนเขา หอบแฮกๆ หายใจไม่ทัน ร่างกายไม่ฟิตเหมือนเคย...

  • ช่วงเวลา…ที่ไม่ควรออกกำลังกาย

    ถึงแม้การออกกำลังกายจะดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต แต่มีข้อห้ามข้อระวังอยู่เหมือนกัน เพราะการออกกำลังกายถ้าทำช่วงที่ร่างกายไม่พร้อม แทนที่จะเกิดผลดี ร่างกายได้ประโยชน์ ร่างกายอาจเสียหายหนักกว่าการไม่ออกกำลังกายก็ได้ เราจึงรวบรวมช่วงเวลาที่ไม่ควรออกกำลังกายมาฝาก เผื่อใครเคยทำพลาดจะได้รู้ตัว ไม่พลาดอีกในอนาคต มาดูกันว่าช่วงไหนบ้างที่ไม่ควรออกกำลังกาย 1.เมื่อไม่สบาย : ถึงแม้อยากจะออกกำลังกายใจแทบขาด แต่ถ้ารู้ตัวว่าป่วย หรือร่างกายไม่พร้อมก็หยุดเถอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นไข้ หรืออักเสบส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย 2.หลังฟื้นไข้ : เหตุที่ไม่ควรออกกำลังกายช่วงนี้ เพราะร่างกายยังอ่อนเพลีย หากไปฝืน จะทำให้ร่างกายยิ่งอ่อนเพลีย หายช้า หรือกลับมาเป็นอีก...

  • ช่วงเวลา…ที่ไม่ควรออกกำลังกาย

    ถึงแม้การออกกำลังกายจะดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต แต่มีข้อห้ามข้อระวังอยู่เหมือนกัน เพราะการออกกำลังกายถ้าทำช่วงที่ร่างกายไม่พร้อม แทนที่จะเกิดผลดี ร่างกายได้ประโยชน์ ร่างกายอาจเสียหายหนักกว่าการไม่ออกกำลังกายก็ได้ เราจึงรวบรวมช่วงเวลาที่ไม่ควรออกกำลังกายมาฝาก เผื่อใครเคยทำพลาดจะได้รู้ตัว ไม่พลาดอีกในอนาคต มาดูกันว่าช่วงไหนบ้างที่ไม่ควรออกกำลังกาย 1.เมื่อไม่สบาย : ถึงแม้อยากจะออกกำลังกายใจแทบขาด แต่ถ้ารู้ตัวว่าป่วย หรือร่างกายไม่พร้อมก็หยุดเถอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นไข้ หรืออักเสบส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย 2.หลังฟื้นไข้ : เหตุที่ไม่ควรออกกำลังกายช่วงนี้ เพราะร่างกายยังอ่อนเพลีย หากไปฝืน จะทำให้ร่างกายยิ่งอ่อนเพลีย หายช้า หรือกลับมาเป็นอีก...

  • ดื่มกาแฟอย่างไรไม่ให้เสียสุขภาพ

    มีข้อมูลแชร์ต่อๆ กันมาในโลกออนไลน์ ว่าดื่มกาแฟมื้อเช้าอาจไม่ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า แถมยังทำให้ร่างกายอยากกาแฟเพิ่มขึ้น แรงขึ้น มาเช็คกันหน่อยว่าข้อมูลนี้จริงหรือไม่ ใช่หรือมั่ว ศาสตราจารย์สตีเฟน มิลเลอร์ (Steven Miller) นักประสาทวิทยาจาก Uniformed Services University of the Health Sciences in Maryland เผยผลงานวิจัยว่า ร่างกายของคนที่เข้านอนและตื่นนอนในเวลาปกติทุกวัน โดยเฉพาะคนที่ตื่นทันไปทำงาน เวลา 09.00-17.00 น....

  • เซลฟี่มากไป…ไม่ปกติ

    กรมสุขภาพจิตเตือนผู้ชื่นชอบถ่ายเซลฟี่ และชอบโพสต์ภาพเซลฟี่ที่ใช้แอปพลิเคชันเติมแต่งความหล่อความสวยก่อนโพสต์ หวังเรียกความเชื่อมั่นจากยอดไลค์ เสี่ยงเป็นคนขาดความเชื่อมั่นในโลกความจริง และกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ อธิบดีกรมสุขภาพจิตระบุว่า พฤติกรรมการเซลฟี่ในสังคมออนไลน์ กำลังกลายเป็นความเคยชิน แสดงตัวตนโดยถ่ายรูปตัวเองในอิริยาบถต่างๆ แล้วนำไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ซึ่งการเซลฟี่นั้นมีความสำคัญกับความคิดเรื่องตัวตนอย่างมาก ทั้งยังมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต และความสัมพันธ์กับคนรอบข้างอีกด้วย หากเซลฟี่อย่างพอดีและเหมาะสม ไม่ได้หวังผลอะไรมากกว่าการเก็บไว้เป็นความประทับใจ จะไม่มีผลเสีย แต่หากเซลฟี่ถี่ยิบ เพื่อให้เพื่อนมากดไลค์กดเลิฟ หรือแสดงความเห็นต่างๆ จนถึงขั้นหมกมุ่น อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น หรือความมั่นใจในตัวเอง หากโพสต์รูปไปแล้วได้รับการตอบรับน้อย คนกดไลค์น้อย ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง...

  • กินเผ็ดจัด…สารพัดโทษ

    คนชอบกินเผ็ดจัดต้องระวังให้ดี เพราะการกินแบบนี้บ่อย ๆ สุขภาพโดนผลกระทบไม่น้อยเหมือนกัน มาดูกันอีกครั้งว่าการกินเผ็ดจัดจะก่อให้เกิดโทษภัยอะไรบ้าง 1.ระคายเคืองกระเพาะอาหาร : ความเผ็ดอาจทำให้เกิดการระคายเคืองที่เยื่อบุต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะกระเพาะอาหาร ที่ต้องรองรับอาหารเผ็ดๆ ตั้งแต่เรากินเข้าไปจนกว่าจะถูกย่อยหมด ดังนั้นจึงอาจแสบท้องได้เมื่อกินเผ็ด ส่วนคนที่เป็นโรคกระเพาะอยู่แล้ว ก็อาจทำให้โรคกำเริบได้ 2.กรดไหลย้อนกำเริบ : พริกมีความเป็นกรดในตัวเอง หากกินเผ็ดมากๆ กินพริกจำนวนมาก ความเป็นกรดในพริกจะไปเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร กระตุ้นให้เกิดอาการกรดไหลย้อน บางทีกินเผ็ดแล้วแน่นหน้าอก แสบร้อนกลางอก ก็เพราะกรดเกินนั่นเอง...

  • 10 วิธีคลายเครียดอย่างเห็นผล

    ต้องยอมรับว่ายิ่งนับวันคนเรายิ่งเจอความเครียดกันมากขึ้น ทั้งเรื่องงาน ครอบครัว ไหนจะเรื่องเศรษฐกิจการเมืองที่กำลังวิกฤติและหาทางออกยังไม่เจอ เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาความเครียดที่เกิดขึ้น ต่อไปนี้คือ 10 วิธีที่สามารถเลือกไปใช้ให้เหมาะสมกับนิสัยและวิถีชีวิตของแต่ละคน 1. อยู่กับสติ ฝึกให้รู้ตัวตลอดเวลาว่ารู้สึกอย่างไร เครียดหรือไม่ เครียดเมื่อไหร่ก็คอยเตือนตัวเองว่าเครียดไปแล้ว เพลาๆ ลงบ้าง ถ้าพบว่าเครียดจัดต้องรีบพาตัวเองออกไปหามุมพักใจ หรือไปทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น ดูหนัง ออกกำลังกาย เดินเล่น ฯลฯ 2. ฝึกเผชิญหน้ากับปัญหา ไม่ว่าปัญหาเล็กหรือปัญหาใหญ่...

  • โรคเสี่ยง…ของคนโสด

    ยุคนี้ต้องยอมรับว่าข้อดีของการเป็นโสดนั้นมีอยู่มากมาย เช่น ความเป็นอิสระ ไม่ต้องระแวงเรื่องคนรักให้วุ่นวายใจ ฯลฯ แต่ในเรื่องสุขภาพต้องบอกว่า “คนโสดเสียเปรียบคนมีคู่” เพราะมีการศึกษาพบว่าการอยู่คนเดียวเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลายโรค โดยเฉพาะ 5 โรคต่อไปนี้ 1.โรคหัวใจ : สำหรับหลายๆคน การอยู่เป็นโสดไม่ได้แค่ทำให้ห่อเหี่ยวหัวใจเท่านั้น แต่ผลการวิจัยจากสถาบันนักจิตวิทยา สหรัฐอเมริกา ยังพบว่าการแต่งงานจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ โดยเฉพาะกับเพศชาย เนื่องจากคนมีคู่หรือใช้ชีวิตคู่ มีโอกาสสร้างสัมพันธ์อันดีต่อกัน มีโอกาสแสดงความรักซึ่งกันและกันมากกว่าคนโสด ซึ่งจุดนี้จะช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนแห่งความสุข ช่วยขจัดความเครียด ความวิตกกังวล...

  • 5 เทคนิค ป้องกันการติดเซลฟี่

    ยุคนี้ คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกชาติ ทุกภาษา พากันถ่ายรูปตัวเองแล้วเอาไปโพสต์ในโลกออนไลน์ หรือที่เรียกกันว่า “เซลฟี่” จนกลายเป็นเรื่องปกติ แต่มีจำนวนไม่น้อย ที่เสพติดการเซลฟี่แล้วเอาไปโพสต์ถี่ยิบ จนกลายเป็นเรื่องผิดปกติ จนนักจิตวิทยาต้องออกมาเตือน ว่าแค่ไหนจึงจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ และทำอย่างไรจึงจะไม่หมกมุ่นกับการเซลฟี่จนกลายเป็นสิ่งเสพติด 1.มองและยอมรับในความแตกต่างของคนที่ไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน ข้อนี้สำคัญมาก เพื่อจะได้ไม่นำตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น 2.ให้ความสำคัญกับคนรอบข้างที่เป็นสิ่งแวดล้อมจริงในชีวิตประจำวัน รวมถึงใช้โลกออนไลน์และเซลฟี่ให้เหมาะสม ถูกเวลา 3.รู้จักระเบียบวินัย รู้จักควบคุมตัวเองในการใช้เวลาในโลกออนไลน์ ถ้ามีบุตรหลาน...

  • โรคฮิตของคนเมือง

    ความเป็นเมืองมาพร้อมกับความเร่งรีบ การแข่งขัน ความสับสนอลหม่าน ความเครียดและมลพิษ ซึ่งทั้งหมดนั้นไม่ใช่มีเฉพาะแต่ในกรุงเทพฯ หลายจังหวัดโดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่ๆ ในภาคต่างๆ ก็มีบรรยากาศของความเป็นเมืองเพิ่มมากขึ้น โรคฮิตของคนเมืองก็เลยพลอยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างน้อยก็ 3 โรคต่อไปนี้ กรดไหลย้อน อาการ: แสบร้อนบริเวณหน้าอกและลิ้นปี่ รู้สึกเหมือนมีรสขมของน้ำดีหรือรสเปรี้ยวของกรดในคอหรือปาก เรอบ่อย คลื่นไส้ จุกแน่นในหน้าอกคล้ายอาหารไม่ย่อย สาเหตุ: มีกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาบริเวณหลอดอาหาร จึงทำให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหาร วิธีรักษา: งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม...

  • 5 เทคนิคลดความเครียดสะสม

    ความเครียดจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน “คอร์ติซอล” ออกมา ความจริงแล้วฮอร์โมนนี้ก็มีข้อดีอยู่บ้าง นั่นคือมันเป็นกลไกหนึ่งในการเอาตัวรอดของคนเรา ในภาวะที่ร่างกายต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤติ มันจะทำหน้าที่ปรับระดับความดันโลหิตและระบบภูมิคุ้มกัน ดึงพลังงานสำรองในร่างกายออกมาใช้ และช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อโรคต่างๆ แต่ปัญหาคือความเครียดสะสม อาจทำให้กลไกการเอาตัวรอดนี้อยู่ในระดับสูงไปเรื่อยๆ และระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่สูงอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดปัญหานอนไม่หลับ น้ำตาลในเลือดผิดปกติ หรือมีการสะสมไขมันที่รอบเอว โชคดีที่ร่างกายของคนเราได้พัฒนากลไกในการต่อสู้กับความเครียดสะสม เพื่อลดระดับคอร์ติซอล สร้างความผ่อนคลาย และต่อไปนี้คือ 5 วิธีจัดการกับความเครียดที่สามารถทำได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันของทุกคน และในบางกรณีสามารถลดระดับคอร์ติซอลลงได้ถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว 1.ทำสมาธิ : ลดคอร์ติซอลได้...

  • 5 วิธีควบคุมการกินให้น้อยลง

    สำหรับใครก็ตามที่อยากลดน้ำหนัก แต่รู้ตัวว่าเป็นคนใจอ่อน เห็นอาหารแล้วอดไม่ได้ ต้องกิน กิน และกิน ต่อไปนี้คือเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญของเมโย คลินิก ในการหาอุบายมาใช้ลดปริมาณอาหารให้น้อยลง โดยไม่รู้สึกว่าต้องอดอยากหรือถูกบีบบังคับ ทั้ง 5 วิธี หันไปให้ความสนใจกับสิ่งอื่นแทนอาหาร นั่นคือ. . . 1. ใช้จานเล็ก ถ้วยเล็ก ช้อนเล็ก เพราะงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันตรงกันว่า คนเราจะกินอาหารเยอะขึ้น เมื่อใช้จานช้อนใหญ่ขึ้น 2....

  • สารอาหาร…สร้างภูมิคุ้มกัน

    ความจริงแล้ว ทุกคนที่เกิดมาล้วนมีภูมิคุ้มกันโรคภัยไข้เจ็บอยู่ในตัว เพราะการสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาตินั้นเริ่มขึ้นก่อนที่เราจะเกิดด้วยซ้ำ ตั้งแต่ตอนที่อยู่ในท้องแม่ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ของผู้เป็นแม่ในช่วงนั้นจะทำให้ทารกมีภูมิคุ้มกันดี เมื่อคลอดออกมาจนอายุ 6 เดือน น้ำนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดและสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ดีมาก หลังจากนั้น ช่วงอายุ 6 เดือน ถึง 1 ขวบ หากยังสามารถให้นมแม่ต่อไปควบคู่กับนมผสมและอาหารเสริม ก็จะช่วยให้ทารกแข็งแรงมีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้นไปอีก เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ การรับประทานอาหารที่มีสารเสริมสร้างภูมิคุ้มกันก็มีส่วนช่วยได้มากเช่นเดียวกัน วิธีง่ายๆ เพื่อเพิ่มพูนภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติคือ บริโภคผักผลไม้วันละ 5-9 ส่วน...

  • กินผลไม้ให้เป็น

    ใครชอบใช้ปากกัดผลไม้ต้องอ่านตรงนี้ ส่วนคนที่ไม่ชอบกัดก็ควรอ่านเช่นกัน เผื่อมีข้อมูลนำไปบอกญาติสนิทมิตรสหายถึงโทษภัยของการใช้ปากโดยไม่ยั้งคิด เมื่อไม่นานนี้ โฆษกกระทรวงสาธารณสุขออกมาบอกว่า ช่วงนี้ยังเป็นฤดูผลไม้ของประเทศไทย โดยผลไม้ทั่วไปนั้นมีทั้งชนิดที่กินได้ทั้งเปลือก เช่น ฝรั่ง ฯลฯ และชนิดต้องแกะเปลือกออกก่อนบริโภค เช่น ทุเรียน กล้วย ลำไย เงาะ ฯลฯ ที่ผ่านมาพบว่ายังมีคนไทยบางกลุ่มบริโภคผลไม้ไม่ถูกต้อง คือนิยมใช้ปากกัดเปลือกผลไม้แทนการใช้มือปอกหรือแกะเปลือกออก ทำให้เสี่ยงต่อการรับสารตกค้างที่ติดมากับเปลือกผลไม้ โดยเฉพาะเด็กๆ ผู้ปกครองควรเอาใจใส่เป็นพิเศษ เนื่องจากไม่ได้เรียนรู้หรือไม่ค่อยคำนึงถึงความปลอดภัยในเรื่องนี้ นอกจากนั้น ท่านโฆษกฯยังเล่าให้ฟังว่า...

  • ฝึกสมองให้ฟิตเสมอ

    มีแต่คนไม่มีสมองเท่านั้น ที่กล้าบอกว่าสมองไม่ใช่อวัยวะสำคัญของมนุษย์ เมื่อสมองมีความสำคัญ การดูแลรักษาสมองให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดอายุขัยก็เป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพื่อไม่ให้ถูกคุกคามจากโรคภัยไข้เจ็บเกี่ยวกับสมอง โดยเฉพาะโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ ต่อไปนี้ คือ 8 วิธีง่ายๆ ในการฝึกสมองให้มีความฟิตอยู่เสมอ 1.ฝึกใช้มือข้างที่ไม่ถนัด :โดยเริ่มจากการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น แปรงฟัน จากที่เคยใช้มือขวาก็เปลี่ยนมาใช้มือซ้าย ต่อไปก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกิจกรรมที่มีความซับซ้อนขึ้น เช่น เล่นกีฬา กินข้าว ฯลฯ วิธีนี้จะช่วยให้เซลล์สมองได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น 2.ฝึกโฟกัสสายตา:...

  • อาหารเสริมพลัง

    เน้นที่พลังทางกาย ไม่ใช่พลังทางเพศ เอาไว้กินก่อนหรือหลังการออกกำลังกาย ไม่ใช่การประกอบกิจกรรมบนเตียงนอน อาหาร 4 อย่างต่อไปนี้ หลายคนยอมรับว่าดี เรามีหน้าที่มาบอกต่อ ส่วนคุณก็ต้องลองนำไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง 1. น้ำผึ้ง: การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า อาหารที่มีส่วนประกอบของ “ฟรุกโตส” และ “กลูโคส” จะช่วยเสริมสร้างพลังงานในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากกว่าอาหารที่มี “กลูโคส” เพียงอย่างเดียว และน้ำผึ้งคืออาหารที่มีส่วนประกอบทั้ง “ฟรุกโตส” และ...