PUBLIC NUDE & SEX เรื่องเอ็กซ์ๆ ในที่สาธารณะ

ไม่ว่าจะ “เปลือยกาย”มีเซ็กซ์”โชว์อวัยวะเพศ” หรือ “สำเร็จความใคร่ให้ตัวเอง” หากกระทำในที่สาธารณะ ย่อมผิดกฎหมายของหลายๆ ประเทศรวมทั้งเมืองไทย ซึ่งมีข้อหา “กระทำลามกอนาจารในที่สาธารณะหรือต่อหน้าธารกำนัล” บัญญัติไว้ แต่ดูเหมือนความเกรงกลัวกฎหมายจะน้อยลง สวนทางกับข่าวฉาวที่เพิ่มขึ้นและโจ๋งครึ่มมากขึ้น “รจริน รุจิรา” ย้อนเวลากลับไป 1-2 ปี ควานหาข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้มาบันทึกไว้และเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้เห็นความเป็นไปในโลกกามารมณ์ทั้งเมืองไทยและเมืองนอก

ข่าวดังในเมืองไทย

(1) เปลือยเป็นกลุ่มที่เชียงใหม่

จุดเริ่มต้นคือมีแก๊งหนุ่มเปลือยกายโชว์ของลับบริเวณถนนสาธารณะ และมีป้ายสัญลักษณ์ จ.เชียงใหม่ นำไปเผยแพร่ทางทวิตเตอร์ ทำให้ภาพพจน์เมืองเชียงใหม่เสียหาย มีการแชร์ต่อกันไปอย่างกว้างขวาง ตำรวจภาค 5 จึงต้องรีบออกมาสืบสวนสอบสวน หาตัวชายเปลือยกลุ่มนี้

ต่อมาชุดสืบสวนภาค 5 และชุดสืบสวน สภ.แม่ริม ติดตามจับกลุ่มผู้ต้องหาที่ร่วมกันกระทำอนาจารตามที่สาธารณะ แล้วนำไปโพสต์ลงทวิตเตอร์ได้ 2 คน จากทั้งหมด 3 คน คนหนึ่งอายุ 20 ปี อยู่ ต.บางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี ถ่ายเปลือยบริเวณถนนคันคลองชลประทาน ใกล้โรงเรียนนวมินทราชูทิศ ต.ดอนแก้ว อีกคนอายุ 22 ปี อยู่แถวช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ ถ่ายเปลือยที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ต.ดอนแก้ว

ทั้งสองรับสารภาพว่าเปลือยกายถ่ายภาพจริง ตำรวจจึงแจ้งข้อหากระทำความผิดฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น” เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (4) และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 388 นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ริม ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ระหว่างการสอบสวนผู้ต้องหาสารภาพว่ากระทำไปด้วยความคึกคะนอง มีด้วยกัน 3 คน และขอโทษชาวเชียงใหม่ หลังจากตรวจสอบคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กที่ใช้โพสต์ พบภาพโป๊ตามที่ต่างๆ จำนวนมาก สันนิษฐานว่าชายกลุ่มนี้มีการกระทำหลายจุดทั้งภาคกลางและภาคเหนือ โดยทำไปด้วยความคึกคะนอง หลังจากดื่มสุราก็จะรวมกลุ่มกันกระทำการดังกล่าว

 

(2) เมืองชลฯฮิต เป็นข่าวติดกันสองครั้ง

ทั้งชายเดี่ยวและหญิงเดี่ยว

ชายเดี่ยวป่วยทางจิต : 15 พฤศจิกายน 2561 เว็บไซต์เดลินิวส์ออนไลน์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุชายเปลือยกายอยู่กลางสะพานต่างระดับ มุ่งหน้าบ้านแหลมฉบังเก่า จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรุดไปยังที่เกิดเหตุ

พบชายคนหนึ่งยืนเกาะเสาไฟฟ้าอยู่ในสภาพเปลือยล่อนจ้อน ถอดเสื้อผ้าโยนทิ้ง ตะโกนโวยวายว่าอยากตาย เจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมแต่ไม่สำเร็จ ชายดังกล่าวทำท่าจะกระโดด

ไม่ยอมให้จับตัวและโห่ร้องคล้ายทาร์ซาน แต่จู่ๆ ก็เปลี่ยนใจวิ่งหนีแบบซิกแซ็ก หนอนน้อยพลิ้วไหวห้อยโตงเตง ตำรวจต้องไล่จับกันวุ่นและล็อกตัวไว้ได้ในที่สุด

แม่ของผู้ก่อเหตุบอกว่า ลูกชายเคยป่วยทางจิตเมื่อ 4-5 ปีก่อน หมอให้ยามากินตามอาการ แต่ลูกไม่กิน กินแต่ยาคลายเครียด ก่อนแก้ผ้าเป็นชีเปลือยเพิ่งอาละวาดหนักจนต้องเอาตัวไปฝากขังที่ สภ.แหลมฉบัง ก่อนจะพาไปหาหมอ แต่เจ้าตัวหลบหนีออกมาก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวไปสงบสติอารมณ์ และประสานญาติมารับตัวไปรักษาอาการทางจิตต่อไป

 

หญิงเดี่ยวคึกคะนอง : กลายเป็นข่าวฉาวเมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 21,400 คน โพสต์ข้อความและรูปภาพ “มาเดินเล่นถนนเลียบชายทะเลกันค่ะ” เป็นรูปของเธอไม่สวมเสื้อผ้าสักชิ้น ยืนอยู่บนสะพานใหม่ จุดชมวิวชื่อดังของ จ.ชลบุรี

หลังจากภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไป โลกออนไลน์รวมถึงชาวชลบุรีรู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากสถานที่แห่งนั้นถือเป็นที่ท่องเที่ยว เป็นหน้าตาของจังหวัด มีกิจกรรมการวิ่งมาราธอนอยู่เสมอ อาจทำให้จังหวัดเสื่อมเสียชื่อเสียงได้

ตำรวจชลบุรีก็ร้อนตัวร้อนใจ รีบให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด บริเวณจุดพักรถสะพานใหม่ สถานที่เกิดเหตุ และยืนยันว่าจะดำเนินการติดตามตัวสาวในรูปมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ เชื่อว่าหาตัวไม่ยาก ซึ่งความผิดนั้นเข้าข่ายอนาจารในที่สาธารณะ

ขณะที่โฆษกกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเปิดเผยว่า หญิงสาวในรูปมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14 (4) ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนผู้แชร์ต่อก็มีความผิดเช่นกัน ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14 (5) อัตราโทษเท่ากัน คือจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ใครคิดจะทำซ่าเพื่อเรียกไลค์เรียกแชร์ในโลกออนไลน์ รู้ไว้ด้วย ถ้าถูกจับได้ โทษหนักทั้งจำทั้งปรับเลยทีเดียว

 

(3) สดๆ ร้อนๆ ก่อนปีใหม่

คู่นี้เล่นใหญ่ถึงขั้นมีเซ็กซ์ข้างถนนกลางวันแสกๆ

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2561 เฟซบุ๊กกู้ภัย “สว่างคุณธรรม” (Sawangkunnatum) โพสต์ภาพหญิงสาวเปลือย และมีเซ็กซ์กับหนุ่มที่ จ.ชัยภูมิ พร้อมโพสต์ข้อความ “ทำไปได้ อยากดัง แอดจัดให้” โดยมีป้ายถนนด้านหลังของหญิงสาวเขียนว่า อ.จัตุรัส และ ชัยภูมิ

ต่อมาทางเพจได้โพสต์ภาพอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้มีเพียงภาพเดียว ยังมีคลิปวิดีโอขณะมีเซ็กซ์กับชายหนุ่มคนหนึ่งด้วย พร้อมระบุว่าเรื่องดังกล่าวทำให้จังหวัดชัยภูมิเสียชื่อเป็นอย่างมาก หากใครมีเบาะแสของชายหญิงคู่ดังกล่าวก็แจ้งเข้ามาได้

โพสต์ดังกล่าวมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย ส่วนใหญ่ต่อว่าการกระทำที่ทำให้คนในจังหวัดเสียชื่อ บางคนให้เบาะแสว่าสาวคนนั้นทำเรื่องเช่นนี้มาแล้วหลายจังหวัด และทวีตภาพลงทวิตเตอร์

ล่าสุด ตำรวจอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ทราบเรื่องแล้ว เมื่อตรวจสอบภาพพบว่าหญิงสาวกระทำอนาจารบนถนนสายจัตุรัส-ซับใหญ่ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี เนื่องจากทำอนาจารในที่สาธารณะ โพสต์ลงสื่อเพื่อการลามกและอนาจาร มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายอาญา

(4) เหตุเกิดในเมืองไทย

แต่ฝีมือชาวต่างชาติ

เมาจนขาดสติที่เมืองปาย : ข่าวแพร่ออกไปเมื่อตำรวจ ตม.เชียงใหม่ ติดตามจับกุมชายอเมริกัน อายุ 65 ปี ซึ่งก่อเหตุแก้ผ้าให้เด็กดู และพยายามกระทำอนาจารเด็ก ที่อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ได้สำเร็จ

จากการสอบปากคำ ผู้ต้องสารภาพว่าเมาสุราจนขาดสติ และกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัลโดยการเปลือยกายจริง ตำรวจจึงแจ้งข้อหากระทำอนาจารโดยการเปลือยกายต่อหน้าธารกำนัล เป็นความผิดลหุโทษ ปรับ 500 บาท มีกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ตอนก่อเหตุ หลังเปรียบเทียบปรับแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ปล่อยตัวไป

ทั้งแก้ผ้าและโชว์ของลับที่สนามบินสุวรรณภูมิ : เหตุเกิดปลายปี 2560 เจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คุมตัวชายชาวยุโรปอายุ 30-40 ปี ผู้ต้องหากระทำอนาจารในที่สาธารณะ มาส่งตัวให้ตำรวจ สภ. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ ดำเนินคดี

เนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยฯ ได้รับแจ้งจากแม่บ้านที่เข้าไปทำความสะอาดในห้องน้ำ ว่ามีชายต่างชาติแก้ผ้านอนอยู่ ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เข้าไปใช้บริการ ต่างพากันตกใจ จึงนำกำลังไปควบคุมตัวชายคนดังกล่าว จับสวมเสื้อผ้าก่อนคุมตัวมาส่งให้พนักงานสอบสวน

ระหว่างสอบสวน ผู้ต้องหาไม่ยอมให้การใดๆ และยังควักอวัยวะเพศออกมาโชว์ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และนักศึกษาสาวที่มาฝึกงานอยู่ใน สภ.สุวรรณภูมิ จนพากันตกใจและหันหน้าหนีแทบไม่ทัน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหากระทำอานาจารในที่สาธารณ และกระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล ก่อนควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

ข่าวค(ร)าวจากเมืองนอก

(1) เปลือยป่วนแม็คโดนัลด์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองนิวคาสเซิล รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ปลายปี 2017 ชายวัยประมาณ 20 ต้น ๆ 5 คนเดินเรียงหนึ่งเข้าไปในร้าน McDonald’s ทั้งห้าเปลือยกายตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้แต่ถุงเท้ารองเท้าก็ไม่สวมใส่ แต่สองในห้าถือวัตถุยางปลอมปิดบังกล่องดวงใจเอาไว้ เพื่อลดความกระดากอายหรือเพื่อความขบขันไม่กระจ่าง

หัวหน้าฝ่ายตำรวจอาชญากรรมของเมืองนิวคาสเซิลกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูเหมือนเพื่อความขบขัน แต่มันผิดกฎหมาย ขณะเกิดเหตุมีลูกค้าหลายคนรวมถึงเด็กเล็กมากับครอบครัวอยู่ภายในร้าน

เขากล่าวว่ายังไม่แน่ชัดว่ามีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ หรือการกระทำนั้นเป็นการเล่นแผลงๆ ของนักศึกษามหาวิทยาลัย

ข่าวรายงานว่าทั้งห้าคนเข้ามาในร้านโดยไม่ได้ซื้ออาหาร ตั้งใจมาสร้างความตื่นตระหนกให้กับลูกค้าและพนักงาน แล้วรีบออกจากร้านไป โดยมีผู้อ้างว่าเห็นพวกเขากระโดดขึ้นรถยนต์ที่จอดรออยู่หลบหนีไป

หลังจากตำรวจตามหาชายทั้งห้ามาระยะหนึ่ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงตัดสินใจเผยแพร่ภาพในสื่อสังคมออนไลน์ จากนั้นสามชั่วโมงจึงได้รับแจ้งจากชายทั้งห้าว่าจะเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจ

 

(2) เปลือยประท้วงกฎหมายห้ามเปลือย

เมื่อหลายปีก่อน หญิงรายหนึ่งซึ่งเป็นฝ่ายค้านกฎหมายห้ามเปลือยกายในที่สาธารณะ ในนครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ได้ถอดเสื้อผ้ากลางห้องประชุม หลังจากกฎหมายดังกล่าวได้รับความเห็นชอบครั้งสุดท้าย

นอกห้องประชุม กลุ่มผู้คัดค้านกฎหมายห้ามเปลือย ต่างพากันเปลือยกาย พร้อมกับตะโกนด่าทอคณะกรรมการ เนื่องจากไม่พอใจที่ร่างกฎหมายนี้ผ่านการรับรองขั้นต้น และได้รับความเห็นชอบอีกครั้งหลังจากนั้น

พวกเขาแสดงความไม่เห็นด้วยที่จะห้ามเปลือยกายตามท้องถนนสายต่างๆ ของเมือง รวมไปถึงทางเท้า จตุรัส และที่สาธารณะต่างๆ จนเจ้าหน้าที่ต้องนำผ้ามาปกปิดร่างกายผู้ประท้วงอย่างอลหม่าน แต่หลังจากนั้น นายกเทศมนตรี เอ็ด ลี ก็ลงนามในกฎหมายดังกล่าว

ข่าวนี้แสดงให้เห็นว่า แม้แต่ในสังคมประชาธิปไตยจ๋าแบบอเมริกา บางรัฐก็ยังเห็นว่าการเปลือยกายในที่สาธารณะเป็นสิ่งไม่เหมาะสม

 

(3) สิงคโปร์ Go Nude

นับร้อยรายในแต่ละปี

 

สำนักข่าวสเตรทไทมส์รายงานว่า สังคมสิงคโปร์กำลังเพี้ยนสุดๆ เพราะบางปีแค่ 6 เดือนแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีคนแก้ผ้าเดินเปลือยอล่างฉ่างบนท้องถนนนับ 100 ราย บางรายเดินนุ่งลมห่มฟ้าออกไปซื้อกาแฟที่ร้านค้า บางรายแก้ผ้าเผยให้เห็นรอยสักเต็มตัว นั่งอยู่บนทางเท้าหลายชั่วโมง ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว และเจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังมีรายอื่นอีกที่ไม่มีผู้แจ้งเข้ามา

ทั้งนี้คาดกันว่าคนที่เดินแก้ผ้ากลางถนน ส่วนใหญ่ทำไปเพราะต้องการเป็นจุดสนใจของคนอื่น ขณะที่บางคนก็ชอบเห็นใบหน้าตกใจสุดขีดของผู้คน ตอนที่เห็นพวกเขาแก้ผ้า ซึ่งการเปลือยกายโชว์นอกบ้านเป็นสิ่งที่คนสิงคโปร์ขยะแขยงและรังเกียจ

เมื่อเกิดเหตุมากขึ้น ตำรวจจึงหาทางแก้ปัญหา ด้วยการออกกฎปรับเงิน และจำคุกผู้ที่ชอบแก้ผ้าโชว์ในที่สาธารณะ

 

(4) แก้ผ้าหน้าสนามบินที่สเปน

นักท่องเที่ยวคนหนึ่งถูกถ่ายคลิปเอาไว้ ขณะกำลังเปลือยท่อนล่างอย่างไม่อายฟ้าดิน ที่สนามบินอันพลุกพล่านแห่งหนึ่งของสเปน ต่อหน้าผู้โดยสารคนอื่นๆ และคนขับแท็กซี่ที่พากันตกตะลึง

สาวผมบลอนด์ไม่ทราบสัญชาติ ยืนเปลือยท่อนล่างอยู่บริเวณลานจอดแท็กซี่ ด้านนอกอาคารผู้โดยสารสนามบินพัลมา ในเมืองมายอร์กา ในวิดีโอดูเหมือนเธอกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าในสภาพไม่สวมแม้กระทั่งกางเกงใน ใช้เวลานานพอสมควรสำหรับการกลับข้างและสวมกางเกง และมีอยู่ช่วงหนึ่งถึงขั้นเธอต้องลงทุนนั่งลงบนพื้นปูน

ในคลิปที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ ได้ยินเสียงบรรยายเป็นภาษาสเปนว่า “เรามาถึงจุดนี้ได้ไง อากาศสบายๆ ไม่ต้องสวมเสื้อผ้าที่สนามบิน เธอคงคิดว่าอยากถอดกางเกงที่ไหนก็ได้ มันน่าอึ้งและน่าสะอิดสะเอียน!”

ในคลิปไม่เป็นที่ชัดเจนว่ามีตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ การแก้ผ้าในที่สาธารณะถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายของสเปน ปีที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น มีคนมากกว่า 100 ราย ถูกปรับเงินในข้อหาแก้ผ้าในที่สาธารณะ หรือมีกิจกรรมทางเพศในที่สาธารณะ ในเขตเทศบาลคัลเวีย เมืองมายอร์กา ซึ่งเป็นที่ตั้งของมากาลุฟ จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

มุมมองของจิตแพทย์

คนจิตปกติไม่ทำแน่”

 หมอแอร์ จิตแพทย์ชื่อดังเปิดเผยว่า คนที่ประพฤติดังกล่าวไม่สามารถบ่งชี้ว่าป่วยทางจิตหรือไม่ เนื่องจากต้องพามาตรวจ หรือพูดคุยกับจิตแพทย์ก่อน แต่ถ้าวิเคราะห์ในภาพรวมของการแก้ผ้าหรือมีเซ็กซ์ในที่สาธารณะ สามารถแยกได้เป็น 5 กลุ่มคือ

1.ป่วยทางจิต หรืออาจรุนแรงถึงขั้นวิกลจริต หลงผิดในลักษณะหูแว่ว คล้ายมีคนสั่งให้ถอดเสื้อผ้า หรือถ่ายรูปขณะกำลังแก้ผ้า

2.โรคประสาทหรือกามวิปริต ชอบถ่ายรูปโชว์อวัยวะเพศ หรือโป๊เปลือยในที่สาธารณะ เนื่องจากทำให้รู้สึกสุขสมทางเพศ หรือทำให้คนดูตื่นตกใจ

3.ชอบป่วน ชอบทำอะไรแผลงๆ ที่บุคคลทั่วไปไม่นิยมทำ

4.รสนิยมส่วนตัว คิดว่าทำแล้วดี ทำให้ตัวเองโดดเด่น

5.บุคลิกภาพผิดปกติ ต่อต้านสังคมหรือแหกกฎ ชอบทำอะไรนอกกรอบ

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้อาจทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ เด็กที่ยังไม่มีวุฒิภาวะเห็นในสื่อออนไลน์แล้วนำไปเลียนแบบ แต่การนำภาพเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ถือว่าผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อประกอบกับการถ่ายภาพโป๊เปลือยในที่สาธารณะ ก็จะถูกดำเนินคดีในข้อหาอนาจารในที่สาธารณะได้เช่นกัน

และในความคิดส่วนตัว หมอแอร์บอกว่าคนที่แก้ผ้าโป๊เปลือยในที่สาธารณะเพื่อจะถ่ายรูป หรือยิ่งกว่านั้นคือมีเซ็กซ์ในที่สาธารณะ คนจิตปกติหรือมีวุฒิภาวะ รู้จักผิดชอบชั่วดีหรือมีศีลธรรม จะไม่กระทำอย่างแน่นอน

นับเป็นข้อสรุปที่ชัดเจน จนไม่ต้องพูดอะไรอีกให้มากความ แม้เรื่องราวเหล่านี้จะมีมากขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโลกนี้มีคนจิตป่วย คนที่ต่อต้านสังคม เพิ่มมากขึ้น ส่วนการเปลือยกายหรือมีเซ็กซ์ในที่ลับหูลับตา ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เป็นรสนิยมส่วนตัวที่ผ่านการคิดมาแล้วเป็นอย่างดี แบบนี้ทำได้ไม่มีใครว่าและไม่ผิดกฎหมายบ้านเมือง แต่ระวังจะตกเป็นดาราหน้ากล้องของพวกแอบถ่ายก็แล้วกัน

 

 

อย่างนี้ก็มีพนักงานเปลือยในแอฟริกาใต้

เมื่อไม่นานนี้มีรูปเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ ชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างดีและไม่สวมเสื้อผ้า กำลังทำความสะอาดสระว่ายน้ำในบ้านหลังหนึ่ง ชายคนนี้เป็นหนึ่งในพนักงานทำความสะอาดที่ติดอันดับป๊อปปูลาร์ มีลูกค้า “จองตัว” มากที่สุดคนหนึ่งของ บริษัทแนชเชอรัล คัมปานี ในกรุงเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้

บริษัทดังกล่าวทำธุรกิจจัดส่งพนักงานเปลือยและกึ่งเปลือย รับจ้างทำงานหลายประเภท ตั้งแต่ทำความสะอาด ซ่อมประปา พ่อครัว เป็นเพื่อนเฮฮาในงานปาร์ตี้ ฯลฯ ด้วยค่าจ้างครั้งละ 400 แรนด์ หรือประมาณ 2,060 บาท หลังจากเปิดกิจการได้ 2-3 เดือน ก็มีลูกค้าเรียกใช้บริการเฉลี่ยวันละ 2 ราย ส่วนใหญ่เป็นชายผิวขาว วัยกลางคน ฐานะร่ำรวย

สมัยก่อนการเปลื้องผ้าเคยเป็นเรื่องต้องห้าม แต่ปัจจุบันที่กรุงเคปทาวน์ และเมืองโยฮันเนสเบิร์ก เริ่มมีธุรกิจประเภทนี้มากขึ้น ทั้งบริษัทจัดส่งพนักงานคอมพิวเตอร์ เจ้าหน้าที่กฎหมาย ฯลฯ และโรงแรมเปลือย ที่พนักงานในโรงแรมจะทำงานในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน หรือสวมใส่เสื้อผ้าเพียงน้อยชิ้น

แคร์ริงตัน ลอห์ตัน ประธานสมาคมคนเปลือยแห่งแอฟริกาใต้ บอกว่า นับแต่ทัศนคติเรื่องการเหยียดผิวในแอฟริกาใต้เริ่มดีขึ้น ประเทศเริ่มเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมา ทัศนคติที่ผู้คนเคยมีต่อการเปลือยกายก็ดีขึ้น แม้ว่าการแก้ผ้าในที่สาธารณะยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ในสถานที่ส่วนบุคคลถือว่าไม่ผิด

ช่วงที่ให้สัมภาษณ์ แคร์ริงตันเผยว่าสมาคมคนเปลือยมียอดสมาชิกเพิ่มขึ้น จาก 130 คนในปี 2552 กระโดดมาอยู่ที่ 8,000 คน โดยสมาชิก 1 ใน 4 เป็นคนผิวสี และ 60% เป็นผู้ชาย สมาชิกซึ่งเป็นคนผิวขาว ส่วนใหญ่เป็นชาวฮอลแลนด์

“เมื่อ 20 ปีที่แล้ว การแก้ผ้าเป็นเรื่องต้องห้าม ผู้คนแทบไม่เคยพูดถึง แต่ตอนนี้กาลเวลาเปลี่ยนไปเมื่อก่อนกลุ่มคนที่มีอำนาจปกครองประเทศเป็นพวกหัวอนุรักษ์ ทำให้นโยบายการปกครองออกมาในรูปแบบนั้น แต่เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป บางสิ่งบางอย่างจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย”

ฌอง ปอล รีด หนุ่มเคปทาวน์วัย 29 เจ้าของบริษัทแนชเชอรัล คัมปานี เล่าว่าตอนนี้มีคนมาลงชื่อขอทำงานพาร์ตไทม์ 75 ราย มีทั้งพนักงานคอมพิวเตอร์ นักเรียนกฎหมาย พ่อครัว ที่ยังหางานประจำทำไม่ได้ และเต็มใจจะแก้ผ้าทำงาน

“พูดได้เลยว่าพนักงานของผม 9 ใน 10 คนยอมแก้ผ้าทำงาน มีเพียง 1 ใน 10 คนเท่านั้นไม่รับงานที่ต้องแก้ผ้าออกหมด”

หยิบข่าวมาเล่าให้ฟังเป็นการเปิดหูเปิดตา และคิดว่าไม่น่าจะมีแต่ในแอฟริกาใต้ประเทศเดียว แต่อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ยากที่จะเกิดขึ้นในเมืองไทย