ข้อดี…ของการตื่นเช้า

รวบรวมจากผลการวิจัยของหลายสถาบันที่เว็บไซต์ Huffington Post นำมาบอกต่อ

  1. มีความสุขมากกว่า: มีการวิจัยยืนยันว่าคนที่ตื่นเช้า (ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุไหน) มีแนวโน้มจะเป็นคนอารมณ์ดี มีความสุขมากกว่าคนที่นอนดึกตื่นสาย เพราะตั้งแต่ 9.00-17.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเกินไปสำหรับคนที่นอนดึก ร่างกายของคนที่พักผ่อนไม่เพียงพอจะไม่สามารถคงความตื่นตัวและกระปรี้กระเปร่าได้ไหว ผิดกับคนที่เข้านอนเร็วและตื่นเช้า พวกเขาจะใช้ชีวิตในช่วง 9.00-17.00 น. ได้อย่างรื่นเริง ยาวนาน และเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ
  2. ผลการเรียนและคุณภาพของงานดีขึ้น: การวิจัยของมหาวิทยาลัยเท็กซัสแสดงให้เห็นว่า นักเรียนอาสาสมัครกลุ่มที่ตื่นเช้าเป็นประจำจะสามารถทำแบบทดสอบ และมีผลการเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แตกต่างจากนักเรียนกลุ่มที่นอนดึกตื่นสาย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีคำอธิบายง่าย ๆ ว่า ร่างกายและสมองของเราต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนั้นคนที่นอนเร็วตื่นเช้า (นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ ตามระบบนาฬิกาชีวิตในร่างกาย) จึงมีสมองและร่างกายที่พร้อมรับข้อมูลข่าวสาร และสามารถประมวลผลได้ดีกว่าคนที่นอนหลับไม่พอนั่นเอง
  3. รู้สึกตัวตื่นได้เองโดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก: กิจวัตรประจำวันของหลายคนอาจจะเริ่มต้นด้วยการกดปุ่มเลื่อนเวลาปลุกของนาฬิกา ซึ่งเหตุการณ์ต่อมาก็หนีไม่พ้นการตื่นสาย ต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวไปเรียนหรือทำงาน แถมพลาดอาหารเช้าซึ่งถือเป็นมื้อสำคัญของชีวิต นั่นคือสัญญาณสุขภาพที่ไม่ดีเลยจริงๆแต่ถ้าคุณเปลี่ยนพฤติกรรมมานอนให้เร็วขึ้น ตื่นให้เช้ากว่าเดิมจนเคยชิน เช้าวันไหนๆ ก็ไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุกให้แสบหู นอกจากนี้คุณจะรู้สึกมีพลังและกระฉับกระเฉงมากขึ้นด้วย
  4. สมองปลอดโปร่งพร้อมรับทุกสถานการณ์: ในขณะที่คนขี้เซานอนคลุมโปงหลบแสงอาทิตย์อยู่บนเตียง คนที่ตื่นเช้ามักจะเริ่มต้นกิจวัตรประจำวันพร้อมทั้งทำกิจกรรมต่างๆ ไปได้หลายรายการแล้ว แสดงว่าคนที่ตื่นเช้าได้กำไรชีวิตมากกว่าอย่างแน่นอน แถมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญยังช่วยยืนยันอีกว่า คนที่ตื่นมารับอากาศบริสุทธิ์ในตอนเช้าจะมีสมองที่ปลอดโปร่ง เพราะร่างกายได้รับออกซิเจนเต็มที่ อีกทั้งยังมีเวลาเตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ มากกว่าคนที่นอนตื่นสาย
  5. พัฒนาทัศนคติด้านดี: มีผลงานวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงทัศนคติกลุ่มอาสาสมัครที่ตื่นเช้า โดยนักวิจัยพบว่าคนที่ตื่นเช้าเป็นประจำจะมีสมองที่พร้อมประมวลข้อมูลอย่างเต็มที่มากกว่า รวมทั้งความกระฉับกระเฉง และความกระตือรือร้นต่อสิ่งต่างๆ ก็มากขึ้นด้วย ส่งผลให้สามารถแก้ปัญหาที่พบเจอได้อย่างชาญฉลาด สุขุม และมีทัศนคติที่ดีต่อสิ่งต่างๆ ที่เข้ามารุมเร้า
  6. ลดความเสี่ยงโรคซึมเศร้า: ผลการศึกษาและการวิจัยของหลายสถาบันสรุปเป็นเสียงเดียวกันว่า คนที่เข้านอนเร็วและตื่นเช้าจะมีอัตราความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าน้อยมากถึงมากที่สุด ด้วยเหตุผลที่ว่าเมื่อร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ระบบต่างๆ ทำงานตามรอบเวลาที่นาฬิกาชีวิตกำหนดมา สุขภาพก็จะแข็งแรง เมื่อไม่เจ็บไข้ได้ป่วยสุขภาพจิตก็จะดีตามไปด้วย
  7. ชีวิตโดยรวมจะดีขึ้น: งานวิจัยเล็กๆ ชิ้นหนึ่งในปี 2013 พบว่าคนที่เข้านอนเร็วจะหลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยุ ( เช่น อบายมุขและสถานที่อโคจรยามค่ำคืน) ได้โดยปริยาย แถมยังมีเวลาทำสิ่งดีๆ ในตอนเช้ามากขึ้น ไม่ว่าการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารเช้า การใช้ชีวิตอย่างมีระบบระเบียบมากกว่าเดิม ไม่ต้องเร่งรีบและมีเวลาชื่นชมสิ่งต่างๆ ในชีวิตมากขึ้นด้วย

จริงๆ แล้วถึงไม่มีงานวิจัยหรือผู้เชี่ยวชาญคนไหนมาบอกกล่าว เราก็คงทราบกันดีอยู่แล้วว่าการตื่นเช้าให้อะไรเราได้มากมาย เช่น อย่างน้อยๆ วิ่งวันละ 10 นาที แลกกับการมีชีวิตชื่นชมโลกเพิ่มขึ้นอีกหลายปี…คุ้มแสนคุ้ม