เซลฟี่มากไป…ไม่ปกติ

กรมสุขภาพจิตเตือนผู้ชื่นชอบถ่ายเซลฟี่ และชอบโพสต์ภาพเซลฟี่ที่ใช้แอปพลิเคชันเติมแต่งความหล่อความสวยก่อนโพสต์ หวังเรียกความเชื่อมั่นจากยอดไลค์ เสี่ยงเป็นคนขาดความเชื่อมั่นในโลกความจริง และกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้

อธิบดีกรมสุขภาพจิตระบุว่า พฤติกรรมการเซลฟี่ในสังคมออนไลน์ กำลังกลายเป็นความเคยชิน แสดงตัวตนโดยถ่ายรูปตัวเองในอิริยาบถต่างๆ แล้วนำไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ซึ่งการเซลฟี่นั้นมีความสำคัญกับความคิดเรื่องตัวตนอย่างมาก ทั้งยังมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต และความสัมพันธ์กับคนรอบข้างอีกด้วย

หากเซลฟี่อย่างพอดีและเหมาะสม ไม่ได้หวังผลอะไรมากกว่าการเก็บไว้เป็นความประทับใจ จะไม่มีผลเสีย แต่หากเซลฟี่ถี่ยิบ เพื่อให้เพื่อนมากดไลค์กดเลิฟ หรือแสดงความเห็นต่างๆ จนถึงขั้นหมกมุ่น อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น หรือความมั่นใจในตัวเอง หากโพสต์รูปไปแล้วได้รับการตอบรับน้อย คนกดไลค์น้อย ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง และโพสต์ใหม่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับ จะส่งผลให้บุคคลนั้นขาดความมั่นใจ และอาจไม่ชอบไม่พอใจรูปลักษณ์ตัวเอง เกิดความกังวล ชีวิตไม่มีความสุขก็เป็นได้

เมื่อสะสมไปเรื่อยๆ อาจทำให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจและอารมณ์ เช่น หวาดระแวง เครียด ซึมเศร้า เป็นภัยเงียบที่น่าห่วง หากเป็นเยาวชนวัยรุ่นจะมีผลต่ออนาคต เพราะเด็กที่ขาดความมั่นใจจะพัฒนาตัวเองยาก ขาดภาวะผู้นำ ซึ่งมีความสำคัญในการใช้ชีวิตทั้งการงานและครอบครัว

ในทางทฤษฎี ตัวตนของคนเรามี 4 ประเภท คือ 1.“ตัวตนจริงๆ” เช่น รูปร่าง หน้าตา สวย หล่อ มีทักษะความสามารถ 2.“ตัวตนที่รับรู้ตัวเอง” ซึ่งอาจตรงหรือไม่ตรงกับตัวตนที่แท้จริงก็ได้ เช่น คนที่เห็นแก่ตัวอาจไม่รู้สึกว่าตนเองเป็นคนเห็นแก่ตัว 3.“ตัวตนในอุดมคติ” เป็นตัวตนในฝันอยากจะเป็น หรือมีบุคคลต้นแบบที่อยากจะใช้ชีวิตตามแบบอย่าง และ 4.“ตัวตนที่รับรู้จากการมองของคนรอบข้าง” คนส่วนใหญ่มักจะปฏิบัติตนให้สอดคล้อง และปรุงแต่งตามค่านิยมหรือความต้องการของสังคม ตัวตนประเภทนี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อพฤติกรรมทั้งในโลกความจริงและโลกออนไลน์

การถ่ายเซลฟี่เปรียบเหมือนการส่องกระจก พฤติกรรมถ่ายเซลฟี่ที่น่าเป็นห่วงมี 2 ประการ ประการแรก คือ ถ่ายเซลฟี่ร่วมกับการใช้แอปพลิเคชันแต่งเติมหน้าตัวเองให้ดูดี” มีสีสันสดใสขึ้นตามความต้องการ เช่น ตาดำโต หน้าเรียว แก้มชมพู ปากแดง ซึ่งได้รับความนิยมมากทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ จัดเป็นภาพตัวตนในอุดมคติ ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง เป็นการหลอกทั้งตัวเองและคนอื่น หากใช้บ่อยจะทำให้ขาดความมั่นใจในการเผชิญหน้ากับคนที่เป็นเพื่อน ทั้งในโลกออนไลน์และโลกความจริง กลายเป็นคนที่ยอมรับความจริงไม่ได้

ประการที่ 2 “การใช้แอปถ่ายเซลฟี่บ่อยเกินไป” เป็นสัญญาณของผู้ที่หมกมุ่น ไม่พึงพอใจรูปร่างหน้าตาของตนเองมากผิดปกติ เรียกว่า “กลุ่มอาการบีดีดี” (Body Dysmorphic Disorder :BDD) คนกลุ่มนี้จะนิยมการใช้แอปถ่ายภาพเซลฟี่เพราะภาพสามารถตอบโจทย์ ใช้ตรวจสอบรูปร่างหน้าตาของตัวเองได้บ่อยตามต้องการ มีพฤติกรรมหมกมุ่น ไม่พอใจรูปร่างหน้าตาตัวเอง และใช้แอปเซลฟี่ตลอดเวลา จนเสียการเสียงาน บางกรณีถึงขั้นหลุดจากโลกความเป็นจริง ไม่สามารถใช้ชีวิตแบบคนปกติต่อไปได้

ลองสังเกตตัวเองและคนรอบข้าง ว่าติดเซลฟี่ ติดแอปแต่งรูป ถ่ายถี่ โพสต์ถี่ จนเกินพอดี จนผิดปกติบ้างหรือไม่ (กรุณาตอบตามความจริง)