11 คลาสสิกไวน์ชิลี ศักดิ์ศรีเทียบอรหันต์ไวน์ฝรั่งเศส

นักดื่มไวน์แดงชาวไทยรุ่นปู่ รุ่นพ่อ และรุ่นน้าๆ ทั้งหลายต่างมักคุ้นกับคลาสสิกเมรัยจากฝรั่งเศส โดยต่างยอมซูฮกและขอเป็นสาวก 61 อรหันต์ แห่งไวน์เมดอก บัญชี ปี 1855 (The Medoc Classification 1855) หรือ บัญชี 10 ปี เปลี่ยนแปลงครั้งยอดอมตะไวน์แซง-เตมิญอง (The Saint-Emilion Classification) ซึ่งแต่ละบัญชีมีไวน์อรหันต์มากน้อยไม่เท่ากัน มีทั้ง Chateau ที่ตกสวรรค์ และ Chateau อรหันต์หน้าใหม่
แน่นอนครับ นักก๊งไวน์รุ่นเดอะยังติดใจ 13 อรหันต์ไวน์แดงจากบัญชีเจไดของกราฟส์ (Graves Classification) และไวน์แดงอมตะหอมกลิ่นสนิมที่ ไม่มีการจัดชั้น ในเขตปองมอโรล (Pomerol)
ไวน์แดงราคาช็อกผู้ซื้อ รสชาติช็อกผู้ดื่มเหล่านี้ ล้วนสังกัดอยู่ในแคว้นบอร์โดซ์ (Bordeaux) ของฝรั่งเศส ซึ่งถูกรัฐบาลกำหนดให้ผลิตไวน์แดงขึ้นมาได้จากองุ่น 5 พันธุ์ขลุกขลิกกันคือ 1. Cabernet Sauvignon 2. Merlot 3. Cabernet Franc 4. Petit Verdot และ 5. Malbee จนลิ้นของคนไทยคุ้นเคยกับไวน์แดงที่ผลิตจาก 5 พันธุ์องุ่นนี้จนสนิทสนมราวกับญาติ และก้าวข้ามองุ่นพันธุ์ดีชนิดอื่นๆ อย่างเหลือเชื่อ เช่น Pinot Noir ของแคว้นเบอร์กันดี (Burgundy) และ Nebbiolo ของแคว้นเพียดมองต์ (Piedmont) ในอิตาลี เป็นต้น
ลูกหลานของมหาเศรษฐีที่เป็นสาวกไวน์บอร์โดซ์ในบ้านเรา ต่างก็เจริญรอยตามการดื่มแบบเจ้าปู่ เจ้าคุณพ่อ และเจ้าคุณน้าด้วย คือชอบไวน์สไตล์มอร์โดซ์ชนิด “เป็นทาสที่ปล่อยไม่หลุด” แต่นักดื่มคลาสสิก ไวน์รุ่นใหม่ส่วนใหญ่ยังมีรายได้ อันจำกัดจำเขี่ย จึงไม่สามารถสุขสันต์กับน้ำอมฤตแห่งชีวิตของมอร์โดซ์ได้อย่างมือเติบ
ดังนั้นพวกเขาจึงเรียนลัดด้วยการไปทำความรู้จักกับคลาสสิกไวน์สไตล์บอร์โดซ์ของชิลี (Chile) แทน ซึ่งมีรสชาติสุดอลังการไม่แพ้กัน แต่ราคาแตกต่างกับไวน์บอร์โดซ์ราวฟ้ากับเหว
ใครที่ไม่ใช่ลิ้นอัจฉริยะที่สามารถแยกแยะเมรัยได้อย่างละเอียดยิบย่อย หากชิมไวน์แดงชิลีระดับคลาสสิก โดยไม่เห็นขวดเห็นยี่ห้อ ก็จะฟันธงทันทีคลาสสิกไวน์แก้วนี้คืออรหันต์แห่งบอร์โดซ์ของฝรั่งเศส
คลาสสิกไวน์ชิลีที่มีรสชาติเหมือนไวน์อมตะชั้นดีของฝรั่งเศสนั้นมีมากมายนับได้ ริมๆ ร้อย ซึ่งคงจะมากเกินไปที่จะนำมาแนะนำได้หมด ผมจึงคัด 11 อรหันต์ไวน์ชิลีที่ค่อนข้างหาดื่มยากมาแนะนำคุณผู้อ่านไว้ที่นี่
คลาสิกไวน์ชิลีตัวที่ 1 Hugo Casanova รุ่น Don Aldo ทำจากองุ่น Cabernet Sauvignon 100% เป็นอมตะเมรัยของชิลีที่มีรสชาติคล้ายคลาสสิกไวน์ของฝรั่งเศสมากที่สุด โดยมีกรรมวิธีการผลิตยุ่งยากและต้นทุนสูงเทียบเท่าไวน์ฝรั่งเศสชั้นยอด จึงทำให้ Don Aldo ตัวนี้ทุกหยาดหยดเย้ายวนใจด้วยแบล็กเคอร์แร้นท์ที่รัญจวนจิต ทั้งยังคละเคล้าด้วยกลิ่นของวานิลลาข้าวหลามเผา
ไม้ซีดาร์ กาแฟสดคั่วบดใหม่ๆ ทั้งนี้เพราะไวน์ผ่านการบ่มด้วยถังโอ๊กฝรั่งเศสใหม่ที่เรียกว่าบาริก (Barrique) เป็นเวลา 12-18 เดือน
ผมเคยชิมไวน์แดง Don Aldo Vintage 2000 มาแล้ว ยอมรับว่า ไวน์ Medoc ของฝรั่งเศสระดับ Grands Crus Classes ชั้น 3 ชั้น 4 และชั้น 5 บางตัวสู้ไม่ได้ ทั้งๆ ที่ราคาแพงกว่า Don Aldo 5-6 เท่า
คลาสสิกไวน์ชิลี ตัวที่ 2 Pedro Jimenez Tierra Arena คลาสสิกไวน์จากหุบเขา Limari Valley มีไวน์เนอรี่ Vina Francisco de Aguirre เป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นเจ้าพ่อไวน์ชิลีที่ผสมเมรัยยี่ห้อ Tierras Altas ที่คนในอเมริกาใต้ชอบมาก
Pedro Jimenez คือเดี่ยวมือหนึ่งของฟรานซิสโก เดอ อะทีเร่ใช้องุ่น Cabernet Sauvignon 100% ใช้โอ๊ก Barrique ในการเก็บบ่ม ปีหนึ่งผลิตออกมาน้อยมาก รสชาติไวน์กระเดียดไปทาง Opus One ของ Robert Mondavi เดี่ยวมือหนึ่งของ Napa Valley ในแคลิฟอร์เนียมากกว่า
คลาสสิกไวน์ชิลี ตัวที่ 3 Almaviva คลาสสิกไวน์ชิลีชื่อก้องโลกตัวนี้ เป็นการร่วมทุนระหว่าง Concha Y Toro แห่งชิลี และ Baron Philippe de Rothschild แห่งฝรั่งเศสมีไร่องุ่นอยู่ชานเมือง Santiago 41 เฮกตาร์ ผลิตไวน์ตัวนี้ตัวเดียวไม่มีตัวอื่นหรือ เวอร์ชั่นอื่นเลย โดยทำออกมาตกปีละสามพันกว่าหีบเท่านั้น ใช้องุ่นหลายพันธุ์ผสมเหมือนไวน์แดงของบอร์โดซ์ไวน์เลิศล้ำเทียบเท่าอรหันต์ชั้น 2 ของเมดอก (Medoc)
คลาสสิกไวน์ชิลี ตัวที่ 4 Anakena คลาสสิกไวน์ตัวนี้กำเนิดในปี 1978 นี่เอง เจ้าของเป็นวิศวกรชื่อ Jorge Gutierrez ไร่องุ่นอยู่ในหุบเขา Requinoa แม้จะผลิตไวน์ชื่อ Anakena หลายรุ่น แต่ที่เป็นรุ่นคลาสสิก คือ Anakena Cabernet Sauvignon Reserva Valle de Cochopoal (ซึ่งเป็นหุบเขาเล็กอยู่ในหุบเขาใหญ่ Requinoa) เป็นไวน์แดงที่รสชาติยิ่งใหญ่อลังการยกกำลังสามอีกตัวหนึ่งของชิลี
คลาสสิกไวน์ชิลี ตัวที่ 5 Domaine Paul Bruno อมตะเมรัยตัวนี้มาจากไร่ Vina Aquitania ของตระกูล Bruno Prats เจ้าของคลาสสิกไวน์หลายตัวในฝรั่งเศส จึงประกันได้ถึงความเนี้ยบเฉียบคม
ไร่องุ่น Aquitania มีแค่ 25 เฮกตาร์ อยู่ในตำบล Quebrada de Macul ของหุบเขา Maipo Valley คลาสสิกไวน์ตัวนี้หาดื่มยากมาก เพราะผลิตออกมาปีละไม่ถึงพันหีบ
คลาสสิกไวน์ชิลี ตัวที่ 6 Chateam La Joya รุ่น Gran Reserva, Cabernet Sauvignon โดย โฮญ่ามาจากไวน์เนอรี่ Vina Bisquertt เจ้าของเป็นชาวฝรั่งเศสที่พยายามอยู่ชิลีเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 มีไร่อยู่ในหุบเขา Rapel แม่จะผลิต Chateau La Joyo หลายเวอร์ชั่น แต่ที่เป็นสุดยอดระดับ World Class คือ รุ่น Gran Reserva, Cahernet Sauvignon ที่มีรสชาติช็อกเซียนไวน์
คลาสสิกไวน์ชิลี ตัวที่ 7 El Condor รุ่น Millaman, Cabernet Sauvignon ผสม Malbec เป็นยอดอมตะที่มาจากหุบเขา Curico เป็นคลาสสิกไวน์ชิลีสดใหม่กำเนิด ในปี คศ.1996 นี่เอง เป็นไวน์ของไร่ Hacienda El Condor เจ้าของไวน์เป็นคนในตระกูล Sagrala ซึ่งเป็นผู้ผลิตไวน์ยี่ห้อ Canepa ที่ยอดโด่งดังแต่ไวน์เนอรี่ ใหม่นี้น้องสาวสุดท้องแยกตัวมาทำเอง
ชื่อไวน์ El Condor รุ่น Millaman นี้ ค่อนข้างแปลกเพราะมีคำว่า “อีแร้ง” ซ้ำซ้อนกันสองคำอยู่ในชื่อ โดยคำว่า Condor แปลว่า “อีแร้ง” และคำว่า “Millaman” ซึ่งเป็นภาษาอินเดียนแดงท้องถิ่นก็แปลว่า “อีแร้งทองคำ”
ถูกแล้วครับ ไวน์อีแร้งทองคำตัวนี้สุดโอชะจริงๆ แต่ค่อนข้างจะหาดื่มได้ยากมากๆ
คลาสสิกไวน์ชิลี ตัวที่ 8 Don Maximiano Estate Founder’s Reserva องุ่น Cabernet Sauvignon ผลิตจากไวน์เนอรี่ Errazuriz แห่งหุบเขา Maipo เป็นสุดยอดคลาสสิกไวน์ชิลีอีกตัวที่หาดื่มยากมาก แถมมีราคาแพงผิดธรรมชาติอีกต่างหาก
คลาสสิกไวน์ชิลี ตัวที่ 9 Sena เจ้า เซนญา (อ่านแบบนี้จริงๆ) ผมชิมมาหลายครั้งแล้ว เป็นจอมอลังการที่เหนือกว่าใคร เป็นผลงานระดับเทพของตระกูล Errazuriz ซึ่งเคยฝากฝีมือไว้แล้วในจอมอมตะชื่อ Don Maximiano Estate คราวนี้มาร่วมกับ Robert Mondavi แห่ง Opus One ผลิต Sena ให้โลกตกตะลึง จนถูกตั้งฉายาเป็น Chila’s First Ultra-Premium ไวน์ตัวนี้ Vintage 1995 เคยชนะ Chateau Margaux ที่สหรัฐฯ และชนะ Chateau Lafite-Rothschila ที่เยอรมันนอกจาก Chateau Latour ที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับ Sena แล้วก็ยังมองไม่เห็นคลาสสิกไวน์ตัวไหนจะสู้ได้
คลาสสิกไวน์ชิลี ตัวที่ 10 Laura Hartwig รุ่น Colchagua Valley Estate เจ้าของไวน์เป็นหญิงสาวมาจากแคนาดา ตั้งใจมาผลิตคลาสสิกไวน์ในชิลี แล้วความฝันนั้นก็เป็นจริง เพราะ Laura Hartwig คือคลาสสิกไวน์ระดับ Elegance
คลาสสิกไวน์ชิลี ตัวที่ 11 Chateau Las Boldos รุ่น Grand Cru ผลิตมาจากไวน์เนอรี่ Vina Santa Amalia โดยรุ่นสุดยอดนี้เริ่มมีการผลิตในปี 1998 นี่เอง ใช้องุ่น Cabernet Souvignon ผสมกับ Merlot ทำออกมาปีละ 3,000 หีบเท่านั้น ราคาขายตกขวดละ 60 ดอลลาร์สหรัฐในตลาดอเมริกาใต้ แพงจับใจพอๆ กับ Sena
คลาสสิกไวน์ชิลียอดดังตัวอื่นๆ ที่ยังไม่ได้เขียนถึงยังมีอีกมาก เช่น Balduzzi, Caliterra, Carmen, Casas del Bosque, Canepa, Carta Vieja, J.Bouchon, Concha Y Toro, Cousino-Macul, Cremarchi Barrigo, Luis Felipe Edwards, Itala, Montes, La Fortuna, MontGras, Morande, San Miguel del Huique,Rucahue, Salve, Santa Ema และ Viu Manent เป็นต้น

Ripe pinot noir ready for harvest