SCARY SEXUAL DEVICES เปิดประวัติศาสตร์เสียวปนโหด

เซ็กซ์ในศตวรรษที่ 18 และ 19 ยากที่คนยุคเราจะจินตนาการไปได้ถึง แม้แต่การหาวิธีป้องกันไม่ให้คนยุคนั้นสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง ดร.ลินด์ซีย์ ฟิตซ์แฮร์ริส นักประวัติศาสตร์ทางการแพทย์ จะพาเราย้อนเวลากลับไปพบกับอุปกรณ์ทางเพศ และพฤติกรรมทางกามารมณ์ ที่ทำให้อึ้ง-ทึ่ง-เสียว อย่างแน่นอน ภาพประกอบในบทความชิ้นนี้สร้างสรรค์โดย เอเดรียน ทีล

คุณเคยสงสัยบ้างไหมว่า บรรพบุรุษของคุณทำอะไรกันบ้างเวลาที่อยู่ในห้องนอน ถ้าเคยสงสัย แสดงว่าคุณสันนิษฐานว่ามันต้องน่าเบื่อแน่ๆ และเน้นไปที่การผลิตทายาทมากกว่าการหาความสุขทางเพศรส แต่แท้จริงแล้ว คนในยุคศตวรรษที่ 18 และ 19 มีชีวิตผูกพันอยู่กับอุปกรณ์ทางเพศที่มีลักษณะหลุดโลกหลายชนิด และต่อไปนี้คืออุปกรณ์บางอย่างที่เรารวบรวมมาบันทึกไว้

ของเล่นสุดสยอง

อาชาของเบิร์กลีย์” (The Berkely Horse) เครื่องมือในการโบย ถูกประดิษฐ์ขึ้นในปี 1828 สำหรับซ่องนางโลมในกรุงลอนดอนของ เธเรซา เบิร์กลีย์ ในบันทึกของแม่เล้า มีภาพวาดชายเปลือยคนหนึ่งกับ “โสเภณีนางหนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างใต้อุปกรณ์ชิ้นนั้น หน้าอก หน้าท้อง และเนินสามเหลี่ยมของหล่อนปราศจากสิ่งปกปิดทั้งปวง” ในรูปนั้น นางคณิกากำลังบีดนวดองคชาตของลูกค้า ขณะที่แม่เล้าใช้กิ่งต้นเบิร์ชฟาดลงไปบนหลังของเขา

อุปกรณ์ชิ้นนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แม้การเรียกหามันจะต้องจบลงด้วยการหลั่งเลือด จดหมายฉบับหนึ่งซึ่งเดินทางข้ามกาลเวลามาถึงยุคนี้ เป็นของลูกค้าที่เขียนถึงค่าบริการที่เขายินดีจ่าย “1 ปอนด์ สำหรับเลือดหยดแรก 2 ปอนด์ ถ้าเลือดไหลลงไปถึงข้อเท้า 3 ปอนด์ ถ้าเท้านองไปด้วยเลือด 4 ปอนด์ ถ้าเลือดหยดลงบนพื้น และ 5 ปอนด์ ถ้าทำให้ข้าหมดสติ”

อุปกรณ์สำหรับการโบยตีเช่นเดียวกับเบิร์กลีย์ ฮอร์ส ไม่ใช่เรื่องธรรมดาในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 อย่างไรก็ตาม มีอุปกรณ์บางชิ้นที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้ถึงครั้งละ 40 คน คิดดูเอาเองก็แล้วกันว่ามันจะเลือดนองขนาดไหน

ถุงยางอนามัย” เกิดขึ้นมาหลายศตวรรษแล้ว และทำจากวัตถุดิบที่หลากหลาย รวมทั้งลำไส้แกะ ถุงยางเก่าแก่ที่สุดชิ้นหนึ่งใช้เชือกไหมมัดปิดปลายไว้ และสามารถนำมาใช้ซ้ำได้ ถุงยางบางแบบมีแม้กระทั่งรูปวาดลามกติดอยู่บนตัวของมัน

แต่ถุงยางใช้ซ้ำที่อาจจะน่าขยะแขยงไม่น้อยสำหรับคนยุคนี้ ก็ยังปลอดภัยกว่าถุงยางบางแบบที่แลดูทันสมัยมากกว่าในยุคนั้น เช่น ถุงยางรังสี” (radium condom) ซึ่งผลิตโดยนูเท็กซ์ในช่วงทศวรรษ 1940 ทำไมโลกนี้จึงมีบริษัทที่สร้างถุงยางฉายรังสีออกมาด้วย คำตอบก็คือเพื่อให้องคชาตเรืองแสง และมองดูแล้วมีขนาดใหญ่ขึ้น แม้ผลข้างเคียงด้านลบจะมีอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกัน

ตุ๊กตาเก่าๆ อาจทำให้บรรยากาศดีๆ จบสิ้นลง แต่ย่อมไม่ใช่ ตุ๊กตามอลลี่” (Molly doll) ที่สาวประเภทสองในศตวรรษที่ 18 นำมาใช้ในพิธีฉลองการมีลูกและการแต่งงานแบบปลอมๆ

คำว่า “มอลลี่” เป็นคำทั่วไปที่คนยุคนั้นนำมาใช้เรียกผู้ชายที่มีความสุขทางเพศกับผู้ชายด้วยกัน บางครั้งผู้ชายเหล่านั้นก็จะตั้งชื่อแบบผู้หญิง เช่น “คิตตี้ เคมบริค” หรือ “ดัชเชส ออฟ เดวอนไชร์” และมักจะมีรังลับ “มอลลี่ เฮาส์” ไว้ปลดปล่อยความต้องการทางเพศของตนเอง

สถานที่ปิดลับเหล่านั้น โดยทั่วไปจะมีห้องนอน ห้องแต่งตัวของผู้หญิง และโบสถ์สำหรับการแต่งงานแบบปลอมๆ บ่อยครั้งที่พิธีการต่างๆ ดำเนินไปเบื้องหน้าคู่รักแบบเดียวกันอีกหลายคู่ หลังจากนั้นบางคนก็จะท้องแบบปลอมๆ และออกลูกมาเป็นตุ๊กตาไม้

การมีเพศสัมพันธ์ทางประตูหลังถือเป็นอาชญากรรมอย่างหนึ่งของอังกฤษในช่วงศตวรรษที่ 18 ใครถูกจับได้ว่ามีพฤติกรรมดังกล่าวจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง ในปี 1726 กาเบรียล ลอว์เรนซ์ ถูกจับในการกวาดล้างของตำรวจ ขณะมีความสัมพันธ์แบบชายกับชายที่มอลลี่เฮาส์ Mother Clap ในกรุงลอนดอน และถูกตัดสินประหารชีวิตในข้อหา “กระทำผิดทางเพศ”

เอามือออกไป

ในอดีตไม่ใช่ทุกอย่างจะสนุกและเป็นการละเล่นไปเสียทั้งหมด เมื่อศตวรรษที่ 19 เปิดฉากขึ้น มุมมองทางเพศและการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองก็เปลี่ยนไปในแง่ศีลธรรม โดยเฉพาะชาววิคตอเรียน พวกเขาคลั่งไคล้ในการป้องกัน “การทำร้ายตัวเอง”

ผู้คนจำนวนมากเชื่อว่า การสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองเป็นบ่อเกิดของความเจ็บป่วยทั้งทางกายและทางใจ และความเสียหายนั้นจะคงอยู่อย่างยาวนาน ความหวาดกลัวต่างๆ ที่แพร่กระจายในยุคนี้ ทำให้ผู้คนถอยห่างจากการมอบความสุขให้ตัวเอง

ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 อัลเบิร์ต วี. ทอดด์ แห่งโคโลราโด เอนจิเนียร์ ได้สร้าง Testicle Taser ขึ้นมา เพื่อ “หยุดยั้งการช่วยตัวเองที่บ่อยเกินไป” ในหมู่วัยรุ่นและเด็กหนุ่มที่จิตใจอ่อนแอ เมื่อองคชาตตื่นตัว อุปกรณ์ชิ้นนี้จะใช้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อตองคชาตให้กลับไปอยู่ในสภาพปกติ ทอดด์ยังบอกอีกว่า เข็มขัดก็จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการชาร์จไฟฟ้า “ถ้าจำเป็น อาจต้องมีอะไรหุ้มอีกชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังบริเวณเข็มขัดเกิดการบาดเจ็บ”

อุปกรณ์อีกอย่างที่น่ากลัวจากยุควิคตอเรียนคือ Jugum penis ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองและการหลั่งอสุจิโดยไม่รู้ตัวหรือฝันเปียก อุปกรณ์ชิ้นนี้มีลักษณะเป็นทรงกลม ทำจากโลหะ และมีห่วงคล้องอยู่ภายในเอาไว้สวมรอบองคชาต

หากชายคนใดเกิดการตื่นตัวตอนนอนหลับ ฟันเลื่อยจะกดทับลงไปบนองคชาตของเขา ทำให้เจ็บปวด หยุดอารมณ์ปรารถนาและการตื่นตัวขององคชาตในทันที

เช่นเดียวกับเข็มขัดกันชู้ที่ผู้หญิงสวมใส่ในศตวรรษที่ 16 อุปกรณ์ต่อต้านการตื่นตัว “anti-tampering codpieces” ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันอวัยวะเพศชายไม่ให้ถูกรบกวนไม่ว่าจากใคร แม้แต่ผู้ที่สวมมันอยู่ ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 อุปกรณ์ชิ้นนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เด็กชายในโบสถ์แคธอลิกในฝรั่งเศสถูกบังคับให้สวมอุปกรณ์นี้ เพื่อไม่ให้พวกเขาทำบาปจากการช่วยตัวเอง

มันเป็นอุปกรณ์ที่ทำจากโลหะ ยึดติดกับเข็มขัด นำไปสวมทับองคชาต ป้องกันไม่ให้ถูกกระตุ้นและตื่นตัว ดูแล้วช่างเป็นอุปกรณ์ที่น่าขันจริงๆ

แม้ในทางเทคนิค มันจะไม่ใช่ของใช้ แต่การศึกษาเรื่องเครื่องมือป้องกันการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองจะสมบูรณ์ไม่ได้ ถ้าปราศจาก ดร.จอห์น ฮาร์วีย์ เคลล็อก ผู้คิดค้น คอร์นเฟลกส์เคลล็อก” (Kellogg’s Corn Flakes)

ช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 เคลล็อกเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล Battle Creek Sanitarium ในรัฐมิชิแกน และคลั่งไคล้ในการป้องกันผู้ป่วยของเขาจากการ “ทำร้ายตัวเอง” (สำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง) เขาเชื่อว่าคนที่ช่วยตัวเองกำลังฆ่าตัวตายด้วยมือของตน เขาจึงคิดค้นอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์และไม่มีรสชาติ เพื่อหยุดยั้งความต้องการทางเพศที่เกิดขึ้น

หมอเคลล็อกได้สร้างสรรค์อาหารว่างสำหรับผู้ป่วยของเขา ซึ่งต่อมากลายเป็นอาหารเช้าที่โด่งดัง และเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคจำนวนมากในทุกวันนี้

นอกจากนั้น เคลล็อกยังเชื่อว่าการขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ ควรทำกับเด็กชายทุกคน และควรทำตอนโตหน่อย เพื่อให้ความเจ็บปวดช่วยขัดเกลาแรงปรารถนาด้านมืดที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของพวกเขา สำหรับเด็กสาวจอมซนที่ชอบเล่นสนุกตรงหว่างขาของตัวเอง เคลล็อกก็มีวิธีรักษาพวกเธอเหมือนกัน นั่นคือ ให้เอากรดคาร์โบลิคไปป้ายตรงคลิตอริสของเด็กสาวเหล่านั้น

 

การรักษาแบบหลุดโลก

เช่นเดียวกับทุกวันนี้ ผู้คนในอดีตก็ถูกคุกคามจากปัญหาทางเพศทุกรูปแบบ อีกทั้งพวกเขายังหาวิธีรักษาที่ทำลายความเป็นมนุษย์ เต็มไปด้วยความเจ็บปวด และไม่เคยผ่านการตรวจสอบขององค์การอาหารและยาเหมือนในยุคปัจจุบัน

The Penis Fan พัดลมองคชาต สร้างสรรค์โดย แฟรงค์ ออร์ธ ในปี 1893 เป้าหมายเพื่อลดความร้อนของอวัยวะเพศชาย “ก่อนที่มันจะร้อนถึงจุดอันตราย” เพื่อป้องกันการเป็นหมันและปัญหาทางเพศอื่นๆ อุปกรณ์ชิ้นนี้ประกอบด้วยท่อและพัดลมอันเล็กๆ ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ซึ่งเอาไปวางไว้ใกล้ๆ กับองคชาต เมื่อช่วงอันตรายเกิดขึ้น พัดลมจะทำงาน ออร์ธยังวางแผนจะผลิตพัดลมไอน้ำออกมาด้วย แต่มันก็เป็นได้แค่แผนที่วางไว้

Copper and zinc chains สร้างขึ้นในปี 1855 โดย ไอแซค หลุยส์ พัลเวอร์เมเคอร์ เมื่อเอาไปจุ่มในน้ำและน้ำส้ม นำไปวางทับบนผิวหนัง จะรู้สึกได้ถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ กระแสไฟฟ้าดังกล่าวจะช่วยลดความเจ็บปวดในข้อกระดูกและกล้ามเนื้อ รวมทั้งปลายประสาท

อุปกรณ์ชิ้นนี้ยังนำมาใช้ในการแก้ปัญหาทางเพศและการสืบพันธ์ เช่น การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และการเป็นหมัน ค่ารักษาก็ไม่ใช่ถูกๆ ถูกสุดคือ 5 ชิลลิ่ง ซึ่งไม่น้อยเลยในยุคศตวรรษที่ 19 ว่ากันว่านักเขียนดังอย่าง ชาร์ล ดิกเคนส์ ก็เคยใช้บริการของอุปกรณ์ชิ้นนี้

เตียงยักษ์ The Grand State Celestial Bed ออกแบบโดย ดร.เจมส์ เกรแฮม นักเพศบำบัดในศตวรรษที่ 18 สำหรับใช้ใน “โบสถ์พรหมจารี” (Temple of Hymen) ของเขา อุปกรณ์ที่โอ่อ่าเหมือนฉากละครและราคาแพงระยิบชิ้นนี้ ใช้ระบบเหนี่ยวนำไฟฟ้าเพื่อเยียวยาคู่รักผู้มั่งคั่งที่เป็นหมันหรือสมรรถภาพทางเพศเสื่อม ด้วยสนนราคาระดับมหาเศรษฐี คือคืนละ 50 ปอนด์

ดร.สติเฟื่องอ้างว่า “คนที่เป็นหมันจะได้รับการเยียวยา เมื่อพวกเขาได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์ท่ามกลางอานุภาพของความรัก” พลังที่จะกระตุ้นพวกเขาคือเตียงยาว 12 ฟุต กว้าง 9 ฟุต เพดานประดับกระจก รูปปั้น คริสตัล เงินและทอง ฟูกทำจากหางม้า

แต่สิ่งที่ต้องต้องยกให้เป็นนวัตกรรมอย่างแท้จริง คือกระแสไฟฟ้าที่ส่งมาจากคบไฟในมือสาวพรหมจารี เทพเจ้าของการแต่งงาน ซึ่งตั้งอยู่บนหลังคาเหนือเตียงนอน และบนหัวเตียงก็มีตัวอักษรเขียนเอาไว้ว่า “จงสุกงอม เพิ่มจำนวน และเติมความสมบูรณ์ให้แก่โลก”

สาวกึ่งเปลือย ในสไตล์เทพธิดาแห่งสุขภาพและความเยาว์วัย มักมาปรากฏตัวอยู่ด้วยระหว่างการเยียวยาของคู่รัก และหนึ่งในเทพธิดาที่เคยทำงานให้ดร.เกรแฮม คือ เอมมา ลีออง สาวน้อยวัย 16 ปี ซึ่งต่อมากลายเป็นชู้รักของลอร์ดเนลสัน ผู้บัญชาการทัพเรือแห่งอังกฤษ

 

ประวัติศาสตร์ของพวกชอบโชว์

ถาดทดสอบ The Testing Platter ถูกนำมาใช้ในพิธีรับสมาชิกใหม่ของคลับสุภาพบุรุษ Beggar’s Benison ในศตวรรษที่ 18 จากบันทึกของเจ้าของคลับ สมาชิกใหม่จะถูกนำไปเตรียมตัว ด้วยความช่วยเหลือของพนักงานที่รู้จักกันในนาม “ผู้บันทึก” พร้อมกับผู้ช่วย 2 คน “ในตู้เสื้อผ้าเพื่อให้องคชาตของเขาตื่นตัวเต็มที่” เมื่อเสร็จเรียบร้อย เด็กใหม่จะต้องนำองคชาตไปวางบนถาดทดสอบ ซึ่งถูกหุ้มด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาว สมาชิกคลับจะปั่นองคชาตของตัวเอง แล้วเอามาแตะองคชาตของคนอื่น จากนั้นสมาชิกใหม่จะต้องสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองจนเสร็จสม หลั่งรินลงในช้อนรูปเขาสัตว์ ก่อนจะได้รับอนุญาตเข้าร่วมคลับนี้ได้